วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

งานการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 งานการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2240859.jpg

 

ล่าสุดการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกมีเทคนิคการตกแต่งได้หลายแบบ การใช้รูปลอกเซรามิกนั้นเป็นขบวนการหนึ่งที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิค อันเนื่องมาจากความงามผุดผ่องและปัจจุบันทันด่วนในการผลิต ซึ่งสติกเกอร์เซรามิกนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ decalเซรามิกชนิดใต้เคลือบ สติ๊กเกอร์เซรามิกสชนิดในเคลือบ และสติ๊กเกอร์เซรามิกชนิดบนเคลือบ ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งกรรมวิธีกำเนิดที่เหลื่อมล้ำกันไป
บทความนี้จะกล่าวเฉพาะสติกเกอร์เซรามิกชนิดบนเคลือบ โดยเนื้อหาจะประกอบด้วยความรู้ทั่วไป เครื่องใช้ไม้สอย และขั้นตอนการผลิต สำหรับเนื้อหานั้น ได้เรียบเรียงและอธิบาย โดยเน้นหลักการพื้นฐานของ Silk Screen Printing for Ceramic เป็นประเด็น ซึ่งจะใช้ภาพประกอบเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่าย



วัตถุดิบที่ใช้ใรอุตสาหกรรมเซรามิกส์บางอย่างได้มาจากสินแร่ตามเทพนิรมิต เช่น ดินต่าง ๆ (clays) หินฟันม้า (feldspar) หินควอตรซ์ (quartz) และทรายทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ วัตถุดิบบางอย่างได้มาจากการสะกัดจากสินแร่ตามธรรมชาติ และนำมาทำให้ใสด้วยขบวนการทางเคมี เช่น อะลูมินา (alumina) ซึ่งได้จาก แร่บ๊อกไซท์ (bauxite) ที่ได้จากการสังเคราะห์ เช่น แบเรียมทิตาเนต นอกจากนี้ก็มีพวก เฟอร์ไรท์ (ferrites) และสารอินทรีย์บางชนิดที่ให้เป็นตัวช่วยในการขึ้นรูป ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์สมัยใหม่ต้องการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีเปอร์เซ็นต์ ความสาวสูง เพราะสิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อยซึ่งอาจจะน้อยกว่า 1% ก็อาจมีอิทธิพลต่อโครงสร้างซึ่งเชื่อมโยงไปถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย การผลิตเซรามิกส์กึ่งตัวนำ (Semiconducting ceramics) สิ่งสกปรกจะต้องมีน้อยกว่า 1 ใน 10 – 8 กล่าวโดยทั่วไปสิ่งสกปรกไม่เป็นที่ปรารถนาในทุกขั้นตอนของการผลิต             การควบคุมขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบ ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การควบคุมความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ เพราะมันจะมีผลต่อการขึ้นรูป การเกิดการตอบสนองระหว่างกันของวัตถุดิบต่างๆ ในขณะที่เผาหรือระหว่างการทำการสังเคราะห์สารต่างๆ

 

 ประเภทของ เซรามิค


เราสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ตามคุณภาพเนื้อของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิคที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความเข้มแข็งเหมือนแก้วไม่ดูดกลืนน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานส่วนผสมของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ผลิตผลพอร์ซเลนใช้ในงาน ได้ต่างๆนาๆทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 อย่างไร ด้วยเหตุนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนสาธารณะ Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และคลอกแบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง เข้ากันสำหรับผลิตผลที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานเพ่งตรงที่ต้องการความแข็งแกร่งดื้อเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดความหายนะ ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติผิดแผกกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะผิดแผกกันในเรื่องของสีหลังปิ้ง, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาเสริมแต่งตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีราคาแพงสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งแสงมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกส์เคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 ประเภทของ เซรามิกส์
ประเภทของเซรามิก

เราสามารถจำแนกผลิตภัณฑ์เซรามิกตามคุณภาพเนื้อของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิกที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความแข็งแกร่งเหมือนแก้วไม่ดูดซึมน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานส่วนผสมของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ผลิตภัณฑ์พอร์ซเลนใช้ในงาน ได้หลากหลายทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 แบบ ดังนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนทั่วไป Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และเผาแบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานเฉพาะที่ต้องการความแข็งแรงทนทานเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติแตกต่างกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะแตกต่างกันในเรื่องของสีหลังเผา, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาประดับตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีราคาแพงสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งแสงมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกเคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2240859.jpg

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2242143.png

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line


 
 

 



เครดิต : http://www.kaewceramic.com

การตกแต่งลวดลายด้วยวิธีรอยเขียนเคลือบบนเคลือบและการเล็มจิตร

การตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการเขียนเคลือบบนเคลือบและการขูดลวดลาย
โดย พรทิพย์ เวียงอำพล
การตกแต่งสินค้าเซรามิคส่วนใหญ่แล้วจะใช้กลยุทธ์แบบผสมผสาน การตกแต่ง
สินค้าก่อนเผาดิบ มีทั้งที่ทำต่อหุ่นของสินค้าโดยตรง เช่น ทำให้เกิดการเหยเก
เสียศูนย์ การทำให้เป็นทรงรี การตีเหลี่ยม หรือตัดเหลี่ยม เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้คือ สินค้า
จะมีลักษณะเลิศ ผิดแผกแตกต่างจากรูปทรงที่เกิดจากการปั้นแป้นหมุนหรือการหล่อแบบโดยทั่วไปแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการแต่งเติมบนพื้นผิวของสินค้า เช่น การขีดลาย การเซาะร่องขนาน
การแกะลาย การทำลายคราดหวี การถมลาย การฉลุลาย การประทับลาย ซึ่งจะทำให้
เกิดลวดลายต่าง ๆ บนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ นอกจากการตกแต่งสินค้าก่อนการเผาดิบแล้ว
การตกแต่งผลิตภัณฑ์ที่เผาดิบแล้วก็มีหลากหลายวิธีเช่นกัน อาทิ การใช้เอนโกบและน้ำสลิป
การเขียนสีในเคลือบ สีบนเคลือบ สีใต้เคลือบ หรือการเผาสีประกายมุก
ในการจัดอบรมหลักสูตร “การตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ด้วยเทคนิคแบบผสมผสาน” โดย
กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในครั้งนี้ จะได้ถ่ายทอดกลยุทธ์การตกแต่งด้วยวิธีการเขียนเคลือบบน
เคลือบและการขูดลวดลาย เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้หาได้ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการทำงานตกแต่ง
สามารถปรับใช้ใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่งได้ มีข้อควรคำนึงขณะปฏิบัติงาน เช่น ต้องทำงาน
ให้เสร็จในคราวเดียวเพื่อป้องกันน้ำเคลือบหลุดล่อน
การตกแต่งสินค้าเซรามิกด้วยน้ำเคลือบทึบสี จะใช้น้ำเคลือบสีตรงข้ามกันมา
ตกแต่ง เช่น เคลือบทึบสีดำเป็นพื้น ตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบทึบสีขาว ในขณะที่น้ำเคลือบ
ยังไม่ได้ทำการเผาเคลือบ เน้นลวดลายให้เด่นชัดโดยการใช้น้ำเคลือบข้นและการชูดขีด จากนั้น
นำไปเผาที่อุณหภูมิเคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงามลึกซึ้งกว่าการเขียนด้วยสีธรรมดา


วัสดุ
- น้ำเคลือบทึบสี
- สีใต้เคลือบ
- พู่กันขนยาว No.1
- พู่กันธรรมดา No.8 และ No.12
- พู่กันจีน
- จานสี
- ถ้วยน้ำ
- เครื่องมือปั้นขนาดเล็ก หรือ เหล็กปลายแหลม
- ผลิตภัณฑ์เผาดิบ


2
วิธีทำ
เคลือบสินค้าที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการพ่นเคลือบให้ทั่วและมีความหนา
พอสมควร (ประมาณ 2 ครั้ง) น้ำเคลือบที่จะใช้เขียนตกแต่งจะต้องมีความข้นถนัดมือ
ไม่ข้นหรือใสเกินไป สีที่ใช้ควรเป็นสีตรงข้ามกับสีเคลือบ การจัดวางชิ้นงานในเตาเผาควรวางใน
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าส่วนอื่น ๆ เพื่อให้น้ำเคลือบหลอมตัวเข้าหากัน เผาที่อุณหภูมิของ
น้ำเคลือบ
คำแนะนำ
- ใช้เหล็ก หรือ เครื่องมือปั้นขนาดเล็กขูดเน้นลวดลายให้สวยงาม เพื่อให้เห็น
ความคลาดเคลื่อนของพื้นผิว
- การพ่นผิวด้วยสีเข้ม แล้วตกแต่งลวดลายด้วยสีอ่อน เช่น ใช้น้ำเคลือบสีดำ
พ่นผิวสินค้า แล้วใช้น้ำเคลือบสีขาวมาผสมด้วยสีใต้เคลือบ เป็นสีตามที่มีอยู่ในธรรมชาติมา
ตกแต่งลวดลายบนพื้นผิวสีดำ ผลที่ได้จะให้ความสวยงามที่ดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการปฏิบัติ


1. เตรียมเครื่องมือสำหรับการตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบบนเคลือบ
พ่นเคลือบผลิตภัณฑ์ 2 ครั้ง เพื่อให้มีความหนาพอสมควร


2. เตรียมผลิตภัณฑ์เผาดิบแล้วนำไปพ่นเคลือบสีพื้นด้วยเคลือบสีดำ
สินค้าเซรามิกที่พ่นเคลือบเสร็จแล้ว


3. ใช้พู่กันจีนจุ่มน้ำเคลือบสีขาวเพื่อเขียนลายบนผลิตภัณฑ์เซรามิก


4. ใช้สีใต้เคลือบเขียนตกแต่งเพื่อให้เกิดเป็นมิติ ลวดลายและแสงเงา บนสินค้า


5. ใช้เคลือบสีขาวตกแต่งอีกครั้งเพื่อเพิ่มจิตร


6 ใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้เกิดระยะใกล้ / ไกล ของภาพบนสินค้าและทำให้ภาพดู นุ่มนวลขึ้น
ทำทั่วทั้งใบ และใช้เหล็กขูดน้ำเคลือบตกแต่งในส่วนที่ไม่ต้องการออก
เทคนิคการแก้ปัญหาระหว่างการทำงาน
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งหลุด ให้ใช้พู่กันจุ่มในน้ำเคลือบแล้วค่อย ๆ
แตะลงไปตรงบริเวณที่เคลือบนั้นหลุด รอให้แห้งแล้วค่อย ๆ เติมน้ำเคลือบลง
ไปจนได้ระดับที่เท่ากัน จากนั้นเกลี่ยให้เรียบด้วยนิ้วมือหรือเครื่องมือตกแต่ง
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งเกิดฟองอากาศ ให้ใช้เล็บมือค่อย ๆ กดให้
ฟองอากาศนั้นหายไป


7. ทำการขูดลายบนผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดมิติของภาพ ระยะใกล้ / ไกล และลวดลายบน
ผลิตภัณฑ์
ข้อควรคำนึง การตกแต่งด้วยเทคนิคนี้ ควรทำให้เสร็จขณะที่น้ำเคลือบยังมีความชื้น
เพราะหากพ่นเคลือบแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เมื่อทำการตกแต่งทั้งการเขียนและการขูด เคลือบอาจ
หลุดทำให้การทำงานตกแต่งยากและได้ผลงานที่ไม่สมบูรณ์


8. พ่นเคลือบสีขาวลงบนผลิตภัณฑ์ส่วนที่เขียนเป็นดอกไม้บาง ๆ อีก 1 ครั้ง แล้วใช้
แอร์บรัชพ่นสีใต้เคลือบส่วนที่เป็นเกสรของดอกไม้ (เนื่องจากน้ำเคลือบหมดความชื้น จึงควรจะ
ช่วยด้วยการพ่นแทนการเขียนด้วยมือ)


9. นำชิ้นงานที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 1230 องศาเซลเซียส
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงาม ลวดลายที่ตกแต่งจะดูนุ่มนวลลึกซึ้งแตกต่างจากการตกแต่ง
ด้วยวิธีอื่น
ภาคตกแต่งลวดลายด้วยน้ำเคลือบบนเคลือบก่อนเผาเคลือบ
(ผลงานของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง)
10ตัวอย่างลวดลายในการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิก



โดย นางพรทิพย์ เวียงอำพลร

 

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แก้วเซรามิคราคาโรงงาน

เครดิต : http://www.kaewceramic.com

การเสริมแต่งลวดลายด้วยวิธีการเขียนเคลือบบนเคลือบและการปลอกลวดลาย

การตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการเขียนเคลือบบนเคลือบและการขูดลวดลาย
โดย พรทิพย์ เวียงอำพล
การตกแต่งสินค้าเซรามิกส์ส่วนมากแล้วจะใช้เคล็ดลับแบบผสมผสาน การตกแต่ง
สินค้าก่อนเผาดิบ มีทั้งที่ทำต่อรูปร่างของผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น ทำให้เกิดการบิดเบี้ยว
เสียศูนย์ การทำให้เป็นทรงรี การตีเหลี่ยม หรือตัดเหลี่ยม เป็นอาทิ ซึ่งผลที่ได้คือ สินค้า
จะมีลักษณะดีเยี่ยม เหลื่อมล้ำจากทรงที่เกิดจากการปั้นแป้นหมุนหรือการหล่อแบบเป็นปกติ
นอกจากนี้ยังมีการแต่งเติมบนพื้นผิวของสินค้า เช่น การขูดขีดลาย การเซาะร่องขนาน
การแกะลาย การทำลายคราดหวี การถมลาย การฉลุลาย การประทับลาย ซึ่งจะทำให้
เกิดลวดลายต่าง ๆ บนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ นอกจากการตกแต่งผลิตภัณฑ์ก่อนการเผาดิบแล้ว
การตกแต่งสินค้าที่เผาดิบแล้วก็มีหลากหลายวิธีเช่นกัน อาทิ การใช้เอนโกบและน้ำสลิป
การเขียนสีในเคลือบ สีบนเคลือบ สีใต้เคลือบ หรือการเผาสีประกายมุก
ในการจัดอบรมหลักสูตร “การตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิคด้วยเทคนิคแบบผสมผสาน” โดย
กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในครั้งนี้ จะได้ถ่ายทอดเคล็ดลับการตกแต่งด้วยวิธีการเขียนเคลือบบน
เคลือบและการขูดลวดลาย เครื่องมือที่ใช้หาได้ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการทำงานตกแต่ง
สามารถปรับใช้ใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่งได้ มีข้อควรคำนึงขณะปฏิบัติงาน เช่น ต้องทำงาน
ให้เสร็จในคราวเดียวเพื่อป้องกันน้ำเคลือบหลุดล่อน
การตกแต่งสินค้าเซรามิกด้วยน้ำเคลือบทึบสี จะใช้น้ำเคลือบสีตรงข้ามกันมา
ตกแต่ง เช่น เคลือบทึบสีดำเป็นพื้น ตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบทึบสีขาว ในขณะที่น้ำเคลือบ
ยังไม่ได้ทำการเผาเคลือบ เน้นลวดลายให้เด่นชัดโดยการใช้น้ำเคลือบข้นและการชูดขีด จากนั้น
นำไปเผาที่อุณหภูมิเคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงามลึกซึ้งกว่าการเขียนด้วยสีธรรมดา


อุปกรณ์
- น้ำเคลือบทึบสี
- สีใต้เคลือบ
- พู่กันขนยาว No.1
- พู่กันธรรมดา No.8 และ No.12
- พู่กันจีน
- จานสี
- ถ้วยน้ำ
- เครื่องมือปั้นขนาดเล็ก หรือ เหล็กปลายแหลม
- สินค้าเผาดิบ


2
วิธีทำ
เคลือบผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการพ่นเคลือบให้ทั่วและมีความหนา
พอสมควร (ประมาณ 2 ครั้ง) น้ำเคลือบที่จะใช้เขียนตกแต่งจะต้องมีความข้นเหมาะ
ไม่ข้นหรือใสเกินไป สีที่ใช้ควรเป็นสีตรงข้ามกับสีเคลือบ การจัดวางชิ้นงานในเตาเผาควรวางใน
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าส่วนอื่น ๆ เพื่อให้น้ำเคลือบหลอมตัวเข้าหากัน เผาที่อุณหภูมิของ
น้ำเคลือบ
ประเด็น
- ใช้เหล็ก หรือ เครื่องมือปั้นขนาดเล็กขูดเน้นลวดลายให้สวยงาม เพื่อให้เห็น
ความผิดแผกของพื้นผิว
- การพ่นผิวด้วยสีเข้ม แล้วตกแต่งลวดลายด้วยสีอ่อน เช่น ใช้น้ำเคลือบสีดำ
พ่นผิวผลิตภัณฑ์ แล้วใช้น้ำเคลือบสีขาวมาผสมด้วยสีใต้เคลือบ เป็นสีตามที่มีอยู่ในธรรมชาติมา
ตกแต่งลวดลายบนพื้นผิวสีดำ ผลที่ได้จะให้ความสวยงามที่ดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการปฏิบัติ


1. เตรียมเครื่องมือสำหรับการตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบบนเคลือบ
พ่นเคลือบสินค้า 2 ครั้ง เพื่อให้มีความหนาพอเหมาะ


2. เตรียมสินค้าเผาดิบแล้วนำไปพ่นเคลือบสีพื้นด้วยเคลือบสีดำ
ผลิตภัณฑ์เซรามิกที่พ่นเคลือบเสร็จแล้ว


3. ใช้พู่กันจีนจุ่มน้ำเคลือบสีขาวเพื่อเขียนลายบนผลิตภัณฑ์เซรามิค


4. ใช้สีใต้เคลือบเขียนตกแต่งเพื่อให้เกิดเป็นมิติ ลวดลายและแสงเงา บนผลิตภัณฑ์


5. ใช้เคลือบสีขาวตกแต่งอีกครั้งเพื่อเพิ่มจิตร


6 ใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้เกิดระยะใกล้ / ไกล ของภาพบนสินค้าและทำให้ภาพดู นุ่มนวลขึ้น
ทำทั่วทั้งใบ และใช้เหล็กขูดน้ำเคลือบตกแต่งในส่วนที่ไม่ต้องการออก
เทคนิคการแก้ปัญหาระหว่างการทำงาน
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งหลุด ให้ใช้พู่กันจุ่มในน้ำเคลือบแล้วค่อย ๆ
แตะลงไปตรงบริเวณที่เคลือบนั้นหลุด รอให้แห้งแล้วค่อย ๆ เติมน้ำเคลือบลง
ไปจนได้ระดับที่เท่ากัน จากนั้นเกลี่ยให้เรียบด้วยนิ้วมือหรือเครื่องมือตกแต่ง
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งเกิดฟองอากาศ ให้ใช้เล็บมือค่อย ๆ กดให้
ฟองอากาศนั้นหายไป


7. ทำการขูดลายบนผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดมิติของภาพ ระยะใกล้ / ไกล และลวดลายบน
ผลิตภัณฑ์
ข้อควรคำนึง การตกแต่งด้วยเทคนิคนี้ ควรทำให้เสร็จขณะที่น้ำเคลือบยังมีความชื้น
เพราะหากพ่นเคลือบแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เมื่อทำการตกแต่งทั้งการเขียนและการขูด เคลือบอาจ
หลุดทำให้การทำงานตกแต่งยากและได้ผลงานที่ไม่สมบูรณ์


8. พ่นเคลือบสีขาวลงบนผลิตภัณฑ์ส่วนที่เขียนเป็นดอกไม้บาง ๆ อีก 1 ครั้ง แล้วใช้
แอร์บรัชพ่นสีใต้เคลือบส่วนที่เป็นเกสรของดอกไม้ (เนื่องจากน้ำเคลือบหมดความชื้น จึงควรจะ
ช่วยด้วยการพ่นแทนการเขียนด้วยมือ)


9. นำชิ้นงานที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 1230 องศาเซลเซียส
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงาม ลวดลายที่ตกแต่งจะดูนุ่มนวลลึกซึ้งแตกต่างจากการตกแต่ง
ด้วยวิธีอื่น
ภาคตกแต่งลวดลายด้วยน้ำเคลือบบนเคลือบก่อนเผาเคลือบ
(ผลงานของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง)
10ตัวอย่างลวดลายในการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิก



โดย นางพรทิพย์ เวียงอำพลร

 

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.kaewceramic.com

ประเภทการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 งานการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2240859.jpg

 

ปัจจุบันการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกมีเทคนิคการตกแต่งได้หลายวิธี การใช้สติกเกอร์เซรามิคนั้นเป็นกระบวนการหนึ่งที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิกส อันเนื่องมาจากความน่าพึงพอใจและในทันทีในการผลิต ซึ่งdecalเซรามิคนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ สติ๊กเกอร์เซรามิกสชนิดใต้เคลือบ สติ๊กเกอร์เซรามิกชนิดในเคลือบ และdecalเซรามิกชนิดบนเคลือบ ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งวิธีการผลิตที่แตกต่างกันไป
บทความนี้จะกล่าวเฉพาะสติกเกอร์เซรามิกชนิดบนเคลือบ โดยเนื้อหาจะประกอบด้วยความรู้ทั่วไป วัสดุอุปกรณ์ และขั้นตอนการผลิต สำหรับเนื้อหานั้น ได้เรียบเรียงและอธิบาย โดยเน้นหลักการพื้นฐานของ Silk Screen Printing for Ceramic เป็นประเด็นหลัก ซึ่งจะใช้ภาพประกอบเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่าย



วัตถุดิบที่ใช้ใรอุตสาหกรรมเซรามิกส์บางอย่างได้มาจากสินแร่ตามธรรมชาติ เช่น ดินต่าง ๆ (clays) หินฟันม้า (feldspar) หินควอตรซ์ (quartz) และทรายทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ วัตถุดิบบางอย่างได้มาจากการสะกัดจากสินแร่ตามธรรมชาติ และนำมาทำให้ผุดผ่องด้วยขบวนการทางเคมี เช่น อะลูมินา (alumina) ซึ่งได้จาก แร่บ๊อกไซท์ (bauxite) ที่ได้จากการสังเคราะห์ เช่น แบเรียมทิตาเนต นอกจากนี้ก็มีพวก เฟอร์ไรท์ (ferrites) และอินทรียวัตถุบางชนิดที่ให้เป็นตัวช่วยในการขึ้นรูป ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์สมัยใหม่ต้องการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีเปอร์เซ็นต์ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องสูง เพราะสิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อยซึ่งอาจจะน้อยกว่า 1% ก็อาจมีอิทธิพลต่อโครงสร้างซึ่งเชื่อมโยงไปถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย การผลิตเซรามิกส์กึ่งตัวนำ (Semiconducting ceramics) สิ่งสกปรกจะต้องมีน้อยกว่า 1 ใน 10 – 8 กล่าวโดยทั่วไปสิ่งสกปรกไม่เป็นที่ปรารถนาในทุกขั้นตอนของการผลิต             การควบคุมขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบ ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การควบคุมความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ เพราะมันจะมีผลต่อการขึ้นรูป การเกิดกิริยาสะท้อนระหว่างกันของวัตถุดิบต่างๆ ในขณะที่เผาหรือระหว่างการทำการสังเคราะห์สารต่างๆ

 

 ประเภทของ เซรามิก


เราสามารถแยกผลิตภัณฑ์เซรามิคตามคุณภาพเนื้อของของซื้อของขาย ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิกที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความเข้มแข็งเหมือนแก้วไม่ดูดน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานองค์ประกอบของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ของซื้อของขายพอร์ซเลนใช้ในงาน ได้มากหน้าหลายตาทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 ประเภท ดังนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนทั่วถึง Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และลุกแบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง ถูกกันสำหรับของซื้อของขายที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานโดยเจาะจงที่ต้องการความมั่นคงอยู่ยืดเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดความเสื่อม ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติแหวกแนวกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะแปลกแยกกันในเรื่องของสีหลังคลอก, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาขจิตตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีสนนราคามีราคาสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งใสมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกส์เคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 ประเภทของ เซรามิกส์
ประเภทของเซรามิก

เราสามารถจำแนกผลิตภัณฑ์เซรามิกตามคุณภาพเนื้อของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิกที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความแข็งแกร่งเหมือนแก้วไม่ดูดซึมน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานส่วนผสมของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ผลิตภัณฑ์พอร์ซเลนใช้ในงาน ได้หลากหลายทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 แบบ ดังนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนทั่วไป Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และเผาแบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานเฉพาะที่ต้องการความแข็งแรงทนทานเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติแตกต่างกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะแตกต่างกันในเรื่องของสีหลังเผา, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาประดับตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีราคาแพงสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งแสงมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกเคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2240859.jpg

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2242143.png

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line


 
 

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เซรามิค ราคาโรงงาน

เครดิต : http://www.kaewceramic.com

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การตระเตรียมลวดลายด้วยวิธีรอยเขียนเคลือบบนเคลือบและการถากการระบายสี

การตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการเขียนเคลือบบนเคลือบและการขูดลวดลาย
โดย พรทิพย์ เวียงอำพล
การตกแต่งสินค้าเซรามิกโดยมากแล้วจะใช้กลยุทธ์แบบผสมผสาน การตกแต่ง
สินค้าก่อนเผาดิบ มีทั้งที่ทำต่อสัดส่วนของผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น ทำให้เกิดการบิดเบี้ยว
เสียศูนย์ การทำให้เป็นทรงรี การตีเหลี่ยม หรือตัดเหลี่ยม เป็นอาทิ ซึ่งผลที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์
จะมีลักษณะพิเศษ แปลกแยกจากรูปร่างที่เกิดจากการปั้นแป้นหมุนหรือการหล่อแบบธรรมดา
นอกจากนี้ยังมีการตระเตรียมบนพื้นผิวของสินค้า เช่น การขูดขีดลาย การเซาะร่องขนาน
การแกะลาย การทำลายคราดหวี การถมลาย การฉลุลาย การประทับลาย ซึ่งจะทำให้
เกิดลวดลายต่าง ๆ บนพื้นผิวของสินค้า นอกจากการตกแต่งผลิตภัณฑ์ก่อนการเผาดิบแล้ว
การตกแต่งสินค้าที่เผาดิบแล้วก็มีหลากหลายวิธีเช่นกัน อาทิ การใช้เอนโกบและน้ำสลิป
การเขียนสีในเคลือบ สีบนเคลือบ สีใต้เคลือบ หรือการเผาสีประกายมุก
ในการจัดอบรมหลักสูตร “การตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ด้วยเทคนิคแบบผสมผสาน” โดย
กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในครั้งนี้ จะได้ถ่ายทอดเคล็ดลับการตกแต่งด้วยวิธีการเขียนเคลือบบน
เคลือบและการขูดลวดลาย วัตถุที่ใช้หาได้ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการทำงานตกแต่ง
สามารถประยุกต์ใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่งได้ มีข้อควรคำนึงขณะปฏิบัติงาน เช่น ต้องทำงาน
ให้เสร็จในคราวเดียวเพื่อป้องกันน้ำเคลือบหลุดล่อน
การตกแต่งสินค้าเซรามิกส์ด้วยน้ำเคลือบทึบสี จะใช้น้ำเคลือบสีตรงข้ามกันมา
ตกแต่ง เช่น เคลือบทึบสีดำเป็นพื้น ตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบทึบสีขาว ในขณะที่น้ำเคลือบ
ยังไม่ได้ทำการเผาเคลือบ เน้นลวดลายให้เด่นชัดโดยการใช้น้ำเคลือบข้นและการชูดขีด จากนั้น
นำไปเผาที่อุณหภูมิเคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงามลึกซึ้งกว่าการเขียนด้วยสีธรรมดา


สิ่งของ
- น้ำเคลือบทึบสี
- สีใต้เคลือบ
- พู่กันขนยาว No.1
- พู่กันธรรมดา No.8 และ No.12
- พู่กันจีน
- จานสี
- ถ้วยน้ำ
- เครื่องมือปั้นขนาดเล็ก หรือ เหล็กปลายแหลม
- สินค้าเผาดิบ


2
วิธีทำ
เคลือบสินค้าที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการพ่นเคลือบให้ทั่วและมีความหนา
พอสมควร (ประมาณ 2 ครั้ง) น้ำเคลือบที่จะใช้เขียนตกแต่งจะต้องมีความข้นเหมาะเจาะ
ไม่ข้นหรือใสเกินไป สีที่ใช้ควรเป็นสีตรงข้ามกับสีเคลือบ การจัดวางชิ้นงานในเตาเผาควรวางใน
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าส่วนอื่น ๆ เพื่อให้น้ำเคลือบหลอมตัวเข้าหากัน เผาที่อุณหภูมิของ
น้ำเคลือบ
คำแนะนำ
- ใช้เหล็ก หรือ เครื่องมือปั้นขนาดเล็กขูดเน้นลวดลายให้สวยงาม เพื่อให้เห็น
ความคลาดเคลื่อนของพื้นผิว
- การพ่นผิวด้วยสีเข้ม แล้วตกแต่งลวดลายด้วยสีอ่อน เช่น ใช้น้ำเคลือบสีดำ
พ่นผิวสินค้า แล้วใช้น้ำเคลือบสีขาวมาผสมด้วยสีใต้เคลือบ เป็นสีตามที่มีอยู่ในธรรมชาติมา
ตกแต่งลวดลายบนพื้นผิวสีดำ ผลที่ได้จะให้ความสวยงามที่ดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการปฏิบัติ


1. เตรียมวัสดุสำหรับการตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบบนเคลือบ
พ่นเคลือบผลิตภัณฑ์ 2 ครั้ง เพื่อให้มีความหนาเหมาะเจาะ


2. เตรียมสินค้าเผาดิบแล้วนำไปพ่นเคลือบสีพื้นด้วยเคลือบสีดำ
ผลิตภัณฑ์เซรามิกที่พ่นเคลือบเสร็จแล้ว


3. ใช้พู่กันจีนจุ่มน้ำเคลือบสีขาวเพื่อเขียนลายบนสินค้าเซรามิค


4. ใช้สีใต้เคลือบเขียนตกแต่งเพื่อให้เกิดเป็นมิติ ลวดลายและแสงเงา บนผลิตภัณฑ์


5. ใช้เคลือบสีขาวตกแต่งอีกครั้งเพื่อเพิ่มการระบายสี


6 ใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้เกิดระยะใกล้ / ไกล ของภาพบนสินค้าและทำให้ภาพดู นุ่มนวลขึ้น
ทำทั่วทั้งใบ และใช้เหล็กขูดน้ำเคลือบตกแต่งในส่วนที่ไม่ต้องการออก
เทคนิคการแก้ปัญหาระหว่างการทำงาน
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งหลุด ให้ใช้พู่กันจุ่มในน้ำเคลือบแล้วค่อย ๆ
แตะลงไปตรงบริเวณที่เคลือบนั้นหลุด รอให้แห้งแล้วค่อย ๆ เติมน้ำเคลือบลง
ไปจนได้ระดับที่เท่ากัน จากนั้นเกลี่ยให้เรียบด้วยนิ้วมือหรือเครื่องมือตกแต่ง
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งเกิดฟองอากาศ ให้ใช้เล็บมือค่อย ๆ กดให้
ฟองอากาศนั้นหายไป


7. ทำการขูดลายบนผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดมิติของภาพ ระยะใกล้ / ไกล และลวดลายบน
ผลิตภัณฑ์
ข้อควรคำนึง การตกแต่งด้วยเทคนิคนี้ ควรทำให้เสร็จขณะที่น้ำเคลือบยังมีความชื้น
เพราะหากพ่นเคลือบแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เมื่อทำการตกแต่งทั้งการเขียนและการขูด เคลือบอาจ
หลุดทำให้การทำงานตกแต่งยากและได้ผลงานที่ไม่สมบูรณ์


8. พ่นเคลือบสีขาวลงบนผลิตภัณฑ์ส่วนที่เขียนเป็นดอกไม้บาง ๆ อีก 1 ครั้ง แล้วใช้
แอร์บรัชพ่นสีใต้เคลือบส่วนที่เป็นเกสรของดอกไม้ (เนื่องจากน้ำเคลือบหมดความชื้น จึงควรจะ
ช่วยด้วยการพ่นแทนการเขียนด้วยมือ)


9. นำชิ้นงานที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 1230 องศาเซลเซียส
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงาม ลวดลายที่ตกแต่งจะดูนุ่มนวลลึกซึ้งแตกต่างจากการตกแต่ง
ด้วยวิธีอื่น
ภาคตกแต่งลวดลายด้วยน้ำเคลือบบนเคลือบก่อนเผาเคลือบ
(ผลงานของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง)
10ตัวอย่างลวดลายในการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิก



โดย นางพรทิพย์ เวียงอำพลร

 

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เซรามิค ราคาโรงงาน

ขอบคุณบทความจาก : http://www.kaewceramic.com

ลักษณะการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 รูปแบบการสกรีน ราคางานสกรีนประเภทของแก้วเซรามิก

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2243160.jpg

 

ช่วงปัจจุบันการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกมีเทคนิคการตกแต่งได้หลายวิถีทาง การใช้รูปลอกเซรามิกสนั้นเป็นกระบวนการหนึ่งที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิค อันเนื่องมาจากความเพราพริ้งและปุ๊บในการผลิต ซึ่งรูปลอกเซรามิคนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ รูปลอกเซรามิกชนิดใต้เคลือบ สติ๊กเกอร์เซรามิกสชนิดในเคลือบ และdecalเซรามิกชนิดบนเคลือบ ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย รวมทั้งขั้นตอนกำเนิดที่ผิดแผกกันไป
บทความนี้จะกล่าวเฉพาะสติกเกอร์เซรามิกชนิดบนเคลือบ โดยเนื้อหาจะประกอบด้วยความรู้ทั่วไป เครื่องใช้ไม้สอย และขั้นตอนการผลิต สำหรับเนื้อหานั้น ได้เรียบเรียงและอธิบาย โดยเน้นหลักการพื้นฐานของ Silk Screen Printing for Ceramic เป็นประเด็น ซึ่งจะใช้ภาพประกอบเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่าย



วัตถุดิบที่ใช้ใรอุตสาหกรรมเซรามิกส์บางอย่างได้มาจากสินแร่ตามธรรมดา เช่น ดินต่าง ๆ (clays) หินฟันม้า (feldspar) หินควอตรซ์ (quartz) และทรายทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ วัตถุดิบบางอย่างได้มาจากการสะกัดจากแร่ตามธรรมชาติ และนำมาทำให้บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยขบวนการทางเคมี เช่น อะลูมินา (alumina) ซึ่งได้จาก แร่บ๊อกไซท์ (bauxite) ที่ได้จากการสังเคราะห์ เช่น แบเรียมทิตาเนต นอกจากนี้ก็มีพวก เฟอร์ไรท์ (ferrites) และอินทรียวัตถุบางชนิดที่ให้เป็นตัวช่วยในการขึ้นรูป ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์สมัยใหม่ต้องการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีเปอร์เซ็นต์ ความบริสุทธิ์สูง เพราะสิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อยซึ่งอาจจะน้อยกว่า 1% ก็อาจมีอิทธิพลต่อโครงสร้างซึ่งเชื่อมโยงไปถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย การผลิตเซรามิกส์กึ่งตัวนำ (Semiconducting ceramics) สิ่งสกปรกจะต้องมีน้อยกว่า 1 ใน 10 – 8 กล่าวโดยทั่วไปสิ่งสกปรกไม่เป็นที่ปรารถนาในทุกขั้นตอนของการผลิต             การควบคุมขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบ ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การควบคุมความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ เพราะมันจะมีผลต่อการขึ้นรูป การเกิดการตอบสนองระหว่างกันของวัตถุดิบต่างๆ ในขณะที่เผาหรือระหว่างการทำการสังเคราะห์สารต่างๆ

 

 ประเภทของ เซรามิค


เราสามารถแบ่งพวกผลิตภัณฑ์เซรามิกตามคุณภาพเนื้อของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิกที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความแข็งแรงเหมือนแก้วไม่ดูดน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานองค์ประกอบของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ผลิตภัณฑ์พอร์ซเลนใช้ในงาน ได้นาเนกทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 แม่แบบ ทั้งนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนทั่วไป Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และไหม้แบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง ควรสำหรับสินค้าที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานล้วนๆที่ต้องการความถาวรดื้อด้านเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดข้อเสียหาย ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติคลาดเคลื่อนกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะเหลื่อมล้ำกันในเรื่องของสีหลังย่าง, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาภูษิตตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีสนนราคาแพงสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งใสมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกเคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 ประเภทของ เซรามิกส์
ประเภทของเซรามิก

เราสามารถจำแนกผลิตภัณฑ์เซรามิกตามคุณภาพเนื้อของผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้
1. พอร์ซเลน (Porcelain)เป็นเซรามิกที่มีเนื้อสีขาว เคลือบผิวเป็นมัน โปร่งแสงมีความแข็งแกร่งเหมือนแก้วไม่ดูดซึมน้ำ เคาะมีเสียงดังกังวานส่วนผสมของเนื้อดินที่ใช้คือ ดินขาว ดินเหนียว หรือบอลเคลย์ หินไชน่าสโตน แร่ฟันม้าและแร่ควอรตซ์ ผลิตภัณฑ์พอร์ซเลนใช้ในงาน ได้หลากหลายทั้งในชีวิตประจำวันและงานอื่นๆ
ดินพอร์ชเลนมี 3 แบบ ดังนี้
1.1 ดินพอร์ซเลนทั่วไป Common Porcelain Body ใช้สำหรับงานหล่อ ที่มีอัตราการหล่อแบบที่ดี และเผาแบบรีดักชั่น แต่ไม่โปร่งแสง เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาเขียนลายเบญจรงค์ หรือลายคราม

1.2 ดินอลูมิน่าพอร์ซเลน Alumina Porcelain Body ดินอลูมิน่าพอร์ซเลนเป็นดินที่ใช้กับงานเฉพาะที่ต้องการความแข็งแรงทนทานเช่นลูกถ้วยไฟฟ้า, ลูกบดและอิฐกรุ หรือสเปเซอร์ที่ต้องใช้แขวนสายไฟที่หนักเป็นตันได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ดินในกลุ่มนี้จะมีสมบัติแตกต่างกันไป

1.3 ดินพอร์ซเลนเนื้อขาว Soft Porcelain Body ดินพอร์ซเลนเนื้อขาวจะแตกต่างกันในเรื่องของสีหลังเผา, ความโปร่งแสง, ความเหนียวของดินเพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้งาน มักใช้ทำ โคมไฟประดับ งานปั้น เช่นตุ๊กตาประดับตกแต่ง จานชาม


2. โบนไชน่า (Bone China)เป็นเครื่องปั้นดินเผาชั้นดีที่สุดมีราคาแพงสุดมีความขาวและเคลือบเป็นมันวาวมาก เนื้อละเอียด บางเบา และโปร่งแสงมากมีความแข็งแกร่งดีมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ ถ้วย ชาม เครื่องประดับเป็นต้น โดยทั่วไปโบนไชนามีส่วนผสมหลักคือ เถ้ากระดูกประมาณร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก และมีดินขาวเคโอลิน (kaolin) กับไชนาสโตน (china stone) อีกประมาณร้อยละ 25 (ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่อโบนไชนาได้ต้องมีเถ้ากระดูกเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยร้อยละ 25) ซึ่งปริมาณเถ้ากระดูกเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โบนไชนามีเนื้อละเอียดสีขาว มีลักษณะโปร่งแสง และมีความแข็งมาก เถ้ากระดูกมีองค์ประกอบหลักคือ แคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate, Ca3(PO4)2) ได้จากการนำกระดูกสัตว์ต่างๆ เช่น กระดูกวัว ควาย ม้า มากำจัดเศษเนื้อ เอ็นที่ติดอยู่กับกระดูกออก และนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1,000 - 1,100 องศาเซลเซียส เมื่อเถ้ากระดูกเย็นตัวลงจึงนำมาบดให้เป็น

เนื้อโบนไชน่ามักจะโปร่งแสง

3. เอิร์ธเธินแวร์ (Earthenware)เป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกเคลือบผิวทึบแสง มีความพรุนสามารถดูดซึมน้ำได้เนื้อละเอียดสีไม่ขาวมาก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่ หม้อดินเผา คนโท กระถางต้นไม้กระเบื้องมุงหลังคา
3.1 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูง Earthenware Body เป็นดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟสูงเนื้อหยาบที่ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี ทำผลิตภัณฑ์ประเภทกระถางและกระเบื้องลอน เผาที่อุณหภูมิ 1200-1230 ํC ออกซิเดชั่น
3.2 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์ไฟต่ำหรือดินโดโลไมท์ Dolomite Earthenware Body เป็นดินโดโลไมท์ที่มีสีขาว น้ำหนักเบา นิยมทำของประดับตกแต่งหรือชุดห้องน้ำมากกว่า ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
3.3 ดินเอิร์ทเทิร์นแวร์เนื้อแดงหรือดินเทอราคอตต้า Terra Cotta Body ดินนี้ขึ้นรูปงานปั้นได้ดี และเผาได้ตั้งแต่ 1000-1230 C สีหลังเผาจะเป็นสีส้ม และเข้มตามอุณหภูมิที่เผาสูงขึ้น นิยมทำชุดอาหารและของตกแต่งบ้าน
4. สโตนแวร์ (Stoneware) เป็นกลุ่มดินผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในการเลือกใช้ ทั้งดินงานปั้น, งานหล่อ, งานอัดปั๊ม เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหาร Cookware ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มักจะชิ้นหนาและหนัก เน้นความแข็งแรงทนทาน
4.1 ดินสโตนแวร์เนื้อขาว White Stoneware Body เป็นดินสโตนแวร์เนื้อขาว เน้นที่จะใช้งานเคลือบใสตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ SAA ใช้ทั้งงานหล่อ, งานปั้นและงานอัด เป็นดินสำหรับการขึ้นรูปแบบ Isostatic press เหมาtสำหรับผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร
•
4.2 ดินสโตนแวร์ธรรมดา Common Stoneware Body เนื่องจากเป็นดินที่มีการสไลด์ตัวได้ดี เหมาะสกหรับงานปั้น งานขึ้นรูป ใช้ทำผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารชิ้นใหญ่ๆ


4.3 ดินสโตนแวร์สำหรับงานหล่อชิ้นใหญ่ Stoneware Body for casting เหมาะสำหรับทำ ชุดห้องน้ำ สุขภัณฑ์ กระเบื้องลอน และกรงลูกแก้ว

4.4 ดินสโตนแวร์เนื้อแดง Red Stoneware Body เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับงานปั้น ที่มีสีหลังเผาแดงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผาที่อุณหภูมิ 1220-1230 ํC จะให้ได้ผลิตภัณฑ์ชุดอาหารที่มีความโดดเด่น

4.5 ดินสโตนแวร์สำหรับงานปั้นชิ้นใหญ่ Stoneware Body for Hand throwing
5. เทอราคอตตา (Terra Cotta)เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดินเหนียวผิวดินเผาแล้วมักมีสีแดง เนื้อไม่แกร่ง มีความพรุนตัวสูง มักไม่เคลือบผิวนิยมเคลือบด้วยสีต่างๆ ส่วนมากผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง กระเบื้องบุผนัง
6. แก้ว (Glass) เป็นเซรามิกที่โปร่งแสง บางชนิดขุ่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ หลอดไฟ แก้วน้ำขวด กระจก

7. วัสดุทนไฟ (Refractories) เป็นวัสดุประเภทอนินทรีย์พวกดิน หิน แร่ธาตุที่หลอมตัวได้ยากในอุณหภูมิสูง ต้องทนอุณหภูมิได้อย่างน้อย 1,600 องศาเซลเซียสตัวอย่างได้แก่ อิฐทนไฟ อิฐฉนวนทนไฟ
======================================================

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2240860.jpg

 

http://upload.siamza.com/file_upload/modify/110815/2242143.png

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line


 
 

 



เครดิต : http://www.kaewceramic.com

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การแต่งลวดลายด้วยวิธีลายเคลือบบนเคลือบและการปลอกการระบายสี

การตกแต่งลวดลายด้วยวิธีการเขียนเคลือบบนเคลือบและการขูดลวดลาย
โดย พรทิพย์ เวียงอำพล
การตกแต่งสินค้าเซรามิกส่วนใหญ่แล้วจะใช้เคล็ดแบบผสมผสาน การตกแต่ง
ผลิตภัณฑ์ก่อนเผาดิบ มีทั้งที่ทำต่อหุ่นของผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น ทำให้เกิดการเหยเก
เสียศูนย์ การทำให้เป็นทรงรี การตีเหลี่ยม หรือตัดเหลี่ยม ฯลฯ ซึ่งผลที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์
จะมีลักษณะยอดเยี่ยม แปลกจากสัดส่วนที่เกิดจากการปั้นแป้นหมุนหรือการหล่อแบบพื้นๆ
นอกจากนี้ยังมีการรจิตบนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ เช่น การขีดลาย การเซาะร่องขนาน
การแกะลาย การทำลายคราดหวี การถมลาย การฉลุลาย การประทับลาย ซึ่งจะทำให้
เกิดลวดลายต่าง ๆ บนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ นอกจากการตกแต่งสินค้าก่อนการเผาดิบแล้ว
การตกแต่งสินค้าที่เผาดิบแล้วก็มีหลากหลายวิธีเช่นกัน อาทิ การใช้เอนโกบและน้ำสลิป
การเขียนสีในเคลือบ สีบนเคลือบ สีใต้เคลือบ หรือการเผาสีประกายมุก
ในการจัดอบรมหลักสูตร “การตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิกด้วยเทคนิคแบบผสมผสาน” โดย
กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในครั้งนี้ จะได้ถ่ายทอดเคล็ดการตกแต่งด้วยวิธีการเขียนเคลือบบน
เคลือบและการขูดลวดลาย วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้หาได้ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการทำงานตกแต่ง
สามารถปรับใช้ใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่งได้ มีข้อควรคำนึงขณะปฏิบัติงาน เช่น ต้องทำงาน
ให้เสร็จในคราวเดียวเพื่อป้องกันน้ำเคลือบหลุดล่อน
การตกแต่งสินค้าเซรามิคด้วยน้ำเคลือบทึบสี จะใช้น้ำเคลือบสีตรงข้ามกันมา
ตกแต่ง เช่น เคลือบทึบสีดำเป็นพื้น ตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบทึบสีขาว ในขณะที่น้ำเคลือบ
ยังไม่ได้ทำการเผาเคลือบ เน้นลวดลายให้เด่นชัดโดยการใช้น้ำเคลือบข้นและการชูดขีด จากนั้น
นำไปเผาที่อุณหภูมิเคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงามลึกซึ้งกว่าการเขียนด้วยสีธรรมดา


วัสดุอุปกรณ์
- น้ำเคลือบทึบสี
- สีใต้เคลือบ
- พู่กันขนยาว No.1
- พู่กันธรรมดา No.8 และ No.12
- พู่กันจีน
- จานสี
- ถ้วยน้ำ
- เครื่องมือปั้นขนาดเล็ก หรือ เหล็กปลายแหลม
- ผลิตภัณฑ์เผาดิบ


2
วิธีทำ
เคลือบสินค้าที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการพ่นเคลือบให้ทั่วและมีความหนา
พอสมควร (ประมาณ 2 ครั้ง) น้ำเคลือบที่จะใช้เขียนตกแต่งจะต้องมีความข้นเหมาะกับมือ
ไม่ข้นหรือใสเกินไป สีที่ใช้ควรเป็นสีตรงข้ามกับสีเคลือบ การจัดวางชิ้นงานในเตาเผาควรวางใน
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าส่วนอื่น ๆ เพื่อให้น้ำเคลือบหลอมตัวเข้าหากัน เผาที่อุณหภูมิของ
น้ำเคลือบ
ประเด็น
- ใช้เหล็ก หรือ เครื่องมือปั้นขนาดเล็กขูดเน้นลวดลายให้สวยงาม เพื่อให้เห็น
ความต่างของพื้นผิว
- การพ่นผิวด้วยสีเข้ม แล้วตกแต่งลวดลายด้วยสีอ่อน เช่น ใช้น้ำเคลือบสีดำ
พ่นผิวสินค้า แล้วใช้น้ำเคลือบสีขาวมาผสมด้วยสีใต้เคลือบ เป็นสีตามที่มีอยู่ในธรรมชาติมา
ตกแต่งลวดลายบนพื้นผิวสีดำ ผลที่ได้จะให้ความสวยงามที่ดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการปฏิบัติ


1. เตรียมวัสดุสำหรับการตกแต่งลวดลายด้วยเคลือบบนเคลือบ
พ่นเคลือบสินค้า 2 ครั้ง เพื่อให้มีความหนาเหมาะ


2. เตรียมสินค้าเผาดิบแล้วนำไปพ่นเคลือบสีพื้นด้วยเคลือบสีดำ
ผลิตภัณฑ์เซรามิกที่พ่นเคลือบเสร็จแล้ว


3. ใช้พู่กันจีนจุ่มน้ำเคลือบสีขาวเพื่อเขียนลายบนผลิตภัณฑ์เซรามิค


4. ใช้สีใต้เคลือบเขียนตกแต่งเพื่อให้เกิดเป็นมิติ ลวดลายและแสงเงา บนผลิตภัณฑ์


5. ใช้เคลือบสีขาวตกแต่งอีกครั้งเพื่อเพิ่มจิตร


6 ใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้เกิดระยะใกล้ / ไกล ของภาพบนผลิตภัณฑ์และทำให้ภาพดู นุ่มนวลขึ้น
ทำทั่วทั้งใบ และใช้เหล็กขูดน้ำเคลือบตกแต่งในส่วนที่ไม่ต้องการออก
เทคนิคการแก้ปัญหาระหว่างการทำงาน
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งหลุด ให้ใช้พู่กันจุ่มในน้ำเคลือบแล้วค่อย ๆ
แตะลงไปตรงบริเวณที่เคลือบนั้นหลุด รอให้แห้งแล้วค่อย ๆ เติมน้ำเคลือบลง
ไปจนได้ระดับที่เท่ากัน จากนั้นเกลี่ยให้เรียบด้วยนิ้วมือหรือเครื่องมือตกแต่ง
• กรณีเคลือบที่ใช้ในการตกแต่งเกิดฟองอากาศ ให้ใช้เล็บมือค่อย ๆ กดให้
ฟองอากาศนั้นหายไป


7. ทำการขูดลายบนผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดมิติของภาพ ระยะใกล้ / ไกล และลวดลายบน
ผลิตภัณฑ์
ข้อควรคำนึง การตกแต่งด้วยเทคนิคนี้ ควรทำให้เสร็จขณะที่น้ำเคลือบยังมีความชื้น
เพราะหากพ่นเคลือบแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน เมื่อทำการตกแต่งทั้งการเขียนและการขูด เคลือบอาจ
หลุดทำให้การทำงานตกแต่งยากและได้ผลงานที่ไม่สมบูรณ์


8. พ่นเคลือบสีขาวลงบนผลิตภัณฑ์ส่วนที่เขียนเป็นดอกไม้บาง ๆ อีก 1 ครั้ง แล้วใช้
แอร์บรัชพ่นสีใต้เคลือบส่วนที่เป็นเกสรของดอกไม้ (เนื่องจากน้ำเคลือบหมดความชื้น จึงควรจะ
ช่วยด้วยการพ่นแทนการเขียนด้วยมือ)


9. นำชิ้นงานที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 1230 องศาเซลเซียส
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความสวยงาม ลวดลายที่ตกแต่งจะดูนุ่มนวลลึกซึ้งแตกต่างจากการตกแต่ง
ด้วยวิธีอื่น
ภาคตกแต่งลวดลายด้วยน้ำเคลือบบนเคลือบก่อนเผาเคลือบ
(ผลงานของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง)
10ตัวอย่างลวดลายในการตกแต่งผลิตภัณฑ์เซรามิก



โดย นางพรทิพย์ เวียงอำพลร

 

ของชำร่วย ของที่ระลึก แก้วเซรามิค แก้วสกรีน แก้วสกรีนโลโก้ โรงงาน ถ้วย เซรามิค แก้วเซรามิคของชำร่วย

 โทรติดต่อ :: 089-953-5608
 Email :: kaewceramic@hotmail.com
 Line ID :: joy_kaewsai
 Line ID office :: kaewceramic1

Line @ : kaewceramic หรือ

http://line.me/ti/p/@kaewceramic

line



เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.kaewceramic.com